ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี.    ขอพระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ  สถิตย์สถานในดวงกมลของปวงชนชาวไทย.
"อุทยานธรรมดงยาง"
..ทำไมแม่หนูต้องตายวันที่ 12 สิงหาคม ด้วย.. ?????
คุณเคยเจอคำถามที่ไม่รู้จะตอบอย่างไรบ้างไหม ??
จริงอยู่คำถามทุกคำถามน่ะ...มีคำตอบอยู่แล้วแต่ในคำตอบนั้นอาจทำร้ายใครบางคนก็เป็นได้ จึงไม่บ่อยนักที่เราจะตอบคำถามได้อย่างตรงไปตรงมา ..ผมเองเคยเจอกับคำถามที่ต้องอึ้งกับคำตอบมาหลายครั้ง ในที่นี่จะขอยกมาสักเรื่อง เมื่อหลายปีมาแล้วผมเองซึ่งตอนนั้นก็ยังหนุ่มอยู่มีหน้าที่หลักก็คือการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียนนักศึกษา ผมต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลาจากโรงเรียนหนึ่งไปอีกโรงเรียนหนึ่งอยู่บ่อยๆจำได้วันนั้นเป็นวันที่ ๗ , ๘ , ๙ สิงหาคม ผมกำลังทำค่ายอบรมอยู่ที่
โรงเรียนพนมเบญจา จังหวัดกระบี่ เด็กที่เข้าค่ายเป็นเด็กระดับ ม.ปลาย ทั้งหมด เรื่องมันเริ่มจากเด็ก ม.๖ คนหนึ่งมาขออนุญาตกลับบ้านในบ่าย
วันที่ ๘ ซึ่งเป็นวันที่สองของค่าย อ้างว่าแม่ไม่สบายเข้าโรงพยาบาล ด้วยความที่ผมเองไม่ค่อยเชื่อใครง่ายๆอยู่แล้วกลัวว่าเด็กจะอ้างเพื่อหนีค่ายและอีกอย่างตอนนั้นก็ว่างอยู่ก็เลยบอกงั้นเดี๋ยวไปส่งจะได้เยี่ยมแม่เธอด้วย
ที่โรงพยาบาลเขาพนม สิ่งที่เห็นเมื่อไปถึงก็คือ เด็กคนนั้นวิ่งเข้าไปกอดแม่เค้าซึ่งนอนอยู่บนเตียงแล้วก็ร้องไห้ เราเดินตามเข้าไปเห็นหญิงวัยกลางคน
อายุประมาณ ๔๐ นอนอยู่บนเตียงรวมของโรงพยาบาลร่างกายผอม ตัวดำ มีสายระโยงรายางเต็มไปหมด แต่แววตาดูสดใสทันทีที่เห็นลูกสาวเข้ามาหา
เมื่อเค้าเห็นเราเค้าก็ยกมือไหว้ หาที่ให้นั่งและก็ได้สนทนากัน เค้าถามว่าลูกเค้าดื้อไหมตอนอยู่โรงเรียน ก็บอกไม่ดื้อหรอกสอนง่าย (ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันแค่วันครึ่งเองรู้ได้ไง)พูดไปงั้นเองให้เค้าสบายใจเพราะโดยสวนตัวไม่รู้จักเด็กคนนี่เลย เค้าบอกว่าเค้าน่ะมีลูกอยู่คนเดียวที่บ้านก็ไม่มีใครพ่อของเด็กก็เสียไปตั้งแต่ลูกเล็กๆต้องดูแลเลี้ยงดูลูกมาคนเดียวตลอด ถามว่าเหนื่อยไหมเลี้ยงลูกน่ะ ไม่เหนื่อยหรอกคุณอยากให้เค้าได้เรียนสูงๆจะได้ไม่ลำบาก ... วันนั้นอยู่คุยกับหญิงคนนั้นอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมงก็กลับมาทำงานต่อโดยไม่ได้สนใจเท่าไรนักถือเป็นเรื่องธรรมดาและยังรู้สึกได้เลยว่าหญิงคนนี้โชคดีที่มีลูกดีขนาดนี้ในเวลาที่แม่ไม่สบาย
ก็คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง   เมื่อเสร็จค่ายที่โรงเรียนพนมเบญจา ผมก็ไปทำค่ายต่อที่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ มีกำหนด ๓ วันเหมือนทุกค่าย
เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๐ , ๑๑ , ๑๒ สิงหาคม ทุกอย่างก็ปกติ ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม เวลาประมาณเที่ยงเศษๆ ช่วงที่นักศึกษากำลังทานอาหารเพื่อรอพิธีปิดค่าย
ผมนั่งอยู่ที่ม้าหินข้างหอประชุม เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินใกล้เข้ามา และมาหยุดที่ผมในมือถือพวงดอกมะลิ ซึ่งก็ไม่สวยมากนักคาดว่าน่าจะทำเอง หน้าตาเศร้าอย่างเห็นได้ชัดตาแดงก่ำเหมือนกับเดินร้องให้มาตลอดทาง เค้านั่งคุกเข้าลงก้มลงกราบเมื่อเค้าเงยหน้าขึ้นก่อนที่ผมจะพูดอะไรเค้าก็ถามผมว่า ” พระอาจารย์ค่ะทำไมแม่หนูต้องตายวันที่ ๑๒ สิงหาด้วยค่ะ “ แค่นั้นแล้วน้ำตาไหลออกมา ในช่วงที่เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้อยู่ผมก็คิดว่า เอ..ใครหว่า จำไม่ได้ ..เมื่อเห็นเค้าเริ่มดีขึ้นมีเพียงเสียงสะอึกเบาๆก็เลยถามว่าไปไงมางัย พระอาจารย์จำหนูได้ใหมค่ะคนที่พระอาจารย์ไปส่งที่โรงพยาบาลที่แม่ไม่สบาย..อืม..จำได้
(ที่จริงเพิ่งนึกออก) เค้าเริ่มเล่าให้ฟังว่าหลังจากที่พระอาจารย์กลับมาแล้วหนูก็อยู่ดูแลแม่ที่โรงพยาบาลตลอดจนถึงเมื่อเช้านี้
(วันที่ ๑๒ สิงหา)หนูเห็นว่าวันนี้เป็นวันแม่และอาการของแม่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหนูก็เลยอยากจะทำเหมือนที่ลูกทุกคนในประเทศนี้เค้าทำกัน
คือหาดอกมะลิมาให้แม่และบอกรักแม่เหมือนที่พระอาจารย์สอน หนูขอแม่กลับบ้านบอกแม่ว่าจะไปเอาผ้ามาเปลี่ยน แม่ไม่ว่าอะไร
หนูใช้เวลาสามชั่วโมงในการเก็บดอกมะลิมานั่งร้อยได้เท่าที่เห็น(เค้ายื่นพวงมะลิให้ดู)หนูกลับมาที่โรงพยาบาลพร้อมกับมะลิ
เมื่อมาถึงไม่เห็นแม่ที่เตียงที่แม่เคยนอนถามคนข้างๆบอกเมื่อไม่นานนี่แม่แกช็อกเห็นหมอพาออกไป หนูใจไม่ดีเดินไปถามหมอๆ เค้าบอกคงอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน
หนูไปที่นั้นพอดีหมอเดินสวนออกมาหมอบอกว่า ” เสียใจด้วยนะเราพยายามเต็มที่แล้วเธอหายไปไหนมาทำไมไม่อยู่ดูใจแม่ ”
หนูเข้าไปดูแม่เหมือนกับนอนหลับหนูทำอะไรไม่ถูกหนูรู้ว่าพระอาจารย์อยู่นี่หนูเลยมาหา.. ” ทำไมแม่หนูต้องตายวันนี้ด้วยค่ะ ” แล้วหนูจะทำยังไงดี ”
........ เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วแต่ผมเองยังหาคำตอบให้เด็กคนนั้นไม่เลยว่า ” ทำไมแม่เค้าต้องตายวันที่ ๑๒ สิงหา ” และผมจะบอกเด็กที่ผมสอนเสมอๆว่าพระอาจารย์ไม่อยากตอบคำถามนี้กับใครอีกไม่ต้องมาถามเพราะไม่รู้ว่าใครจะตายวันไหนบอกได้แค่ว่า.
วันนี้เธอทำหน้าที่ของลูกอย่างเต็มที่หรือยัง. !!! บอกได้แค่ว่าต้องทำอย่างไรเค้าถึงเรียกว่าลูกกตัญญูก่อนที่เราจะมานั่งเสียใจภายหลัง
...แล้วคุ ณล่ะ..บอกรักแม่รึยัง ???? ...โดยเส้นทางตะวัน....

เปรียบใดทดแทนในพระคุณแม่นี้

       คนไทยได้ให้คุณค่าแก่วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จ
พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถว่า เป็น “ วันแม่แห่งชาติ ”
ซึ่งเป็นเรื่องที่ดียิ่ง เพราะคำว่า “ แม่ ” เป็นมงคลสูงสุด
ของมนุษย์ เป็นจิตวิญญาณ อะไรที่มีคุณค่ามนุษย์จะเรียกว่า
“ แม่ ” เช่น แม่ธรณี แม่น้ำ แม่คงคา แม่โพสพ แม้แต่กับ
ผู้ชายก็ยังใช้คำว่าแม่ เช่น แม่ทัพ ภาษาอังกฤษก็ใช้เช่นกัน
เช่น Mother Nature “ พระแม่ธรรมชาติ ” Mother Earth
“ พระแม่แผ่นดิน ” หรือก็คือ แม่ธรณี
        แม่จึงเป็นอะไรที่ใหญ่โตและทรงคุณค่าจับจิตจับใจ
ของมนุษย์ เพราะมนุษย์ทุกคนมีแม่ อยู่ในท้องของแม่
ฟังหัวใจของแม่ อยู่ในอ้อมอกแม่ กินน้ำนมแม่ กินอาหารที่แม่ป้อน แม่ปกป้องคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยทุกวิถีทาง และตายแทนลูกได้
ความรักของแม่มีต่อลุกกว้างใหญ่ไพศาลอย่างประมาณมิได้
ลูกก็รู้ว่าไม่มีใครรักตนเท่าแม่ความเป็นแม่เป็นลูกจึงเป็นความ
ผูกพันที่เหนียวแน่นคงทนที่สุด โลกเปลี่ยนแปลงไปมาก
แต่ถึงอะไรๆ จะเปลี่ยนไปอย่างไรๆ แต่ความรักของแม่ที่ม
ีต่อลูกไม่เปลี่ยนแปลง
            คนเราทุกคนควรคิดถึง “ แม่ ” มากๆ และคิดถึงทุกๆ วัน
ไม่ว่าแม่จะยังมีชีวิตอยู่หรือหาไม่ แม้แม่จะตายไปแล้ว แม่ก็ยังอยู่กับเรา
ในตัวเราทั้งตัวมีดีเอ็นเอของแม่อยู่ ในตัวเราและรอบๆ
ตัวเรามีจิตวิญญาณของแม่อยู่ตลอดเวลา ถ้าเรานึกถึงแม่ แม่ก็อยู่กับเรา
เป็นมงคลปกป้องคุ้มครองเรา เพราะแม่คือสัญลักษณ์ของ
ความดีคือความรักอันไพศาลที่มนุษย์คนหนึ่งมีต่อมนุษย์อีกคนหนึ่ง
เราต้องขยาย “ แม่ ” ที่เป็นปัจเจกไปเป็น “ แม่แห่งชาติ ” และ
“ แม่แห่งแผ่นดิน ” ให้ความรักอันไพศาลแผ่ไปสู่มนุษย์ทั้งหมด
และธรรมชาติทั้งหมด ด้วยวิธีนี้จิตเราจะใหญ่มาก
อนาคตของมนุษย์ชาติอยู่ที่การมีจิตใหญ่

เจ้าเด็กชายตัวน้อยของเราเดินเข้าไปหาคุณแม่ในครัว

หลังจากเช็ดมือ กับผ้ากันเปื้อนแล้วเธอก็ก้มลงอ่าน กระดาษที่ลูกชายยื่นให้ …

- ค่าตัดหญ้า 5.00 บาท
- ค่าทำความสะอาดห้องผมอาทิตย์นี้ 1.00 บาท
- ค่าซื้อของของให้แม่ 2.50 บาท
- ค่าดูแลน้องชาย 2.50 บาท
- ค่าเอาขยะไปทิ้ง 1.00 บาท
- ค่าได้คะแนนดี 5.00 บาท
- ค่ากวาดสนาม 2.00 บาท
รวมค้างชำระ 19.00 บาท

เมื่อคุณแม่อ่านเสร็จแล้วก็หยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษไปด้านหลังแล้วเขียนว่า

- เก้าเดือนที่แม่อุ้มท้อง …. ไม่คิดเงิน
- เวลาที่แม่พยาบาลลูก และสวดมนต์ให้ลูก … ไม่คิดเงิน
- ค่าที่ลูกทำให้แม่ต้องเสียน้ำตา.. ไม่คิดเงิน
- ของเล่น อาหาร เสื้อผ้าพาเที่ยว...ไม่คิดเงิน
- แม้แต่เช็ดน้ำมูกให้ ….. ไม่คิดเงินหรอกจ้ะลูก

เมื่อรวมทั้งหมดเป็นราคาเต็มของความรัก …… ไม่คิดเงินเหมือนกัน

เมื่อเด็กชายได้อ่านสิ่งที่คุณแม่เขียนไว้ น้ำตาหยดโตก็ไหลออกมา

เขาสบตากับแม่แล้วจึงพูดว่า " แม่ครับผมรักแม่จริงๆ นะครับ"

แล้วเขาก็เอาปากกาเขียนหนังสือตัวโตว่า... ….

จ่ายหมดแล้ว... แม่จ่ายหมด แล้ว แต่ลูกยังทอนให้ไม่หมด

 
www.phradongyang.com E-mail : phradongyang@hotmail.com
สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง