...ของขวัญจากทีมงานหลอน...


" ผมเห็นพวกคุณแล้วผมมีความสุขนะ..ผมลองคิดเล่นๆดู
ถ้าอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าเมื่อพวกคุณกลายเป็นหลวงพ่อนั้น หลวงปู่นี่
คิดแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว"
คำพูดนี้ผมจำได้ว่าผมได้ยินครั้งแรกวัน
เข้าพรรษาปีที่ผมตัดสินใจจำพรรษาที่ดงยางซึ่งก็ผ่านมาสองปีแล้ว..
ครั้งนั้นเป็นการให้โอวาทก่อนเข้าพรรษาของท่านพระอาจารย์จรัญ
คืนนั้นหลังจากกลับไปที่กุฎีผมได้เขียนบทความขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่อง
คำสอนพระอาจารย์ แล้วลงไว้ที่เวปดงยางดอทคอม ในเช้าวันต่อมา
ซึ่งหลายคนคงเคยได้อ่านกันไปบ้าง (ถ้าไม่ลืมอ่ะนะ)
วันนี้ (๒๐ พ.ย. ๕๑) ผมได้ยินคำพูดนี้อีกครั้ง ในวาระที่ต่างออกไป
และความรู้สึกก็ต่างไปด้วยเช่นกัน ครั้งนั้นผมฟังแล้วเกิดศรัทธา
ในความมุ่งมั่นที่จะอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ของท่านพระอาจารย์ อย่างมาก
หลังจากเวลาผ่านไปจากความศรัทธาได้เพิ่มเป็นความผูกพัน เคารพ
เหมือนท่านเป็นพ่อคนหนึ่ง อาจเป็นเพราะว่าเราอยู่ไกล้ชิดกับท่าน
อาจเป็นเพราะข้อวัตรที่ท่านทำให้ดูอยู่ให้เห็น
อาจเป็นเพราะเราเคยเป็นลูกศิษย์ท่านมาก่อนในชาติที่แล้ว หรือเหตุผลอะไรก็ตาม
ที่ทำให้คนที่อยู่ไกลเกือบครึ่งประเทศหรือมากกว่า มารวมกันในวันนี้
โดยเจตนาเดียวกันนั้นคือ อยากตอบแทนพระอาจารย์ในวาระที่ท่านเจริญอายุ
(วันเกิด) อยากทำอะไรสักอย่างให้ท่าน
ที่ผ่านมาเราไม่เคยทำกันเลยและท่านเองก็ไม่เคยบอกว่าท่านเกิดวันไหน
แต่ปีที่แล้ว ท่านสันติภาพเป็นผู้ที่จัดการเรื่องพาสปอท์ไปอินเดีย
ท่านก็เลยแอบดูวันเกิดของพระอาจารย์ (นิสัยไม่ดี)
ปีนี้เรา (ทีมหลอน) ก็เลยคุยกันว่าจะทำเซอร์ไพร์พระอาจารย์
โดยจะหาของขวัญไปให้ท่านและกระทำสามีจิกรรม จึงมารวมตัวกันที่
รังของท่าน นกเสรี (ยโสธร) แล้วโทรบอกคณะศิษย์ สหธรรมิก (เพื่อนพระ)
ที่สนิทๆ ว่าเจอกันที่ดงยางวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน
เพื่อทำตามแผนเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ นอกจาก ทีมหลอนและ
พระอีกไม่กี่รูป กับโยมบางคน
ตั้งแต่ผมมาถึง ยโสธร ไม่มีวันไหนที่เราไม่คุยเรื่องวันเกิดของพระอาจารย์
เราคิดกันตลอดหลายวันคุยกันจนดึกทุกคืนว่าจะให้อะไรพระอาจารย์ดี
จนสองวันสุดท้ายก็ได้ข้อสรุปเรื่องของขวัญ ต่อมาก็เรื่องพิธีขอคมาฅ
มีการซ้อมกันที่ ป่านาแก เราทุกคนตั้งใจมากแล้วเช้าวันที่ ๒๐ ก็มาถึง
แปดโมงเช้าท่านเกจิ(หลอนสี่) เดินทางมาถึง ป่านาแก จากอำนาจเจริญ
เก้าโมงสิบห้า เราออกเดินทางจากป่านาแกด้วยรถสองคัน
จุดมุ่งหมายเดียวกัน "ดงยาง" ระหว่างทางพิธีต่างๆยังถูกซักซ้อม
อยู่เป็นระยะๆถึงรำดับขั้นตอนและคำพูดที่จะกล่าวกับพระอาจารย์
สิบโมงตรงล้อรถหยุดนิ่งที่อุทยานธรรมดงยาง มองเข้าไปในศาลา
เห็นท่านพระอาจารย์ นั่งอยู่หน้าสุดของสงฆ์หมู่ใหญ่ร้อยกว่ารูป
ที่กำลังทำภัตกิจฉันภัตตราหารเช้าอยู่ ทันทีที่ลงจากรถคณะของโยมติ้ง
ก็เข้ามาทักทายและถามถึงพิธีที่ต้องเตรียม
สิบโมงสามสิบ คณะสงฆ์เริ่มออกจากศาลาหลังจากเสร็จกิจ
ต่างแยกย้ายกันไปล้างบาตร ไม่มีเสียงโต้เถียง ไม่มีความชุลมุลวุ่นวาย
ไม่มีแม้เสียงพูดคุย แม้จะอยู่กันเกือบสองร้อยรูป
ทุกอย่างเป็นไปอย่างปกติ และเงียบสงบเช่นทุกวันที่ผ่านมา
เมื่อพระสงฆ์ออกไปจากศาลาหมดแล้วพวกเราก็เข้าไปจัดเตรียมที่
ในระหว่างที่ท่านพระอาจารย์ กำลังรับแขกบางส่วนที่ยังไม่กลับ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จึงได้ไปอาราธนาท่านพระอาจารย์
พิธีที่เราซ้อมกันมา เริ่มจากกราบ สามครั้ง กล่าวคำขอคมา
ถวายดอกไม้พวงมาลัย รดน้ำอวยพรท่านเพราะเราไม่คิดว่าจะมีโยม
ด้วยตอนแรกที่คุยกันเราจะทำเซอร์ไพร์พระอาจารย์เฉพาะพวกเรากันเอง
แต่เมื่อถึงเวลาจรึงทุกอย่างในสคริปผิดหมด เหลือแค่ความตั้งใจที่ทวีคูน
เมื่ออยู่ต่อหน้าพระอาจารย์ไม่มีเพลงอวยพรเหมือนชาวโลก
ไม่มีตนตรีประกอบ ไม่มีคนมากมาย ไม่มีของขวัญที่ราคาแพง
เพราะเรารู้ว่าท่านไม่ต้องการ มีเพียงสิ่งที่ท่านพร่ำสอนพวกเราเสมอมา
นั้นคือ" คุณค่า" ของการกระทำหลังจากขอคมา พวกเราค่อยๆ
ทะยอยกันเข้าไป ถวายพวงมาลัยและกราบลงที่ตักท่าน ที่ละรูปๆตามรำดับ
อาวุโส ทุกรูปกราบลงที่ตัก นิ่งและนาน เมื่อเงียหน้าขึ้นมา
ในแววตาทุกคู่เหมือนกัน คือเอ่อไปด้วยแววแห่งปีติ
หันไปมองด้านหลังโยมนั่งมองการกระทำของพระสงฆ์ด้วยแววตา
ที่เหมือนกัน..บางคนน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
เมื่อพระสงฆ์ครบทุกท่านก็ถึงคิวโยม คนแรกคือโยมแม่ใหญ่จันทร์
โยมแม่ของท่านพระอาจารย์เอง
คนนี้สำคัญมาก หลังถวายพานบายศรี มีเพียงคำพูดสั้นๆ เป็นภาษาอีสาน
"อยู่ดีมีแฮงเด้อข้าน้อย"ผมคิดว่านั้นคงเป็นของขวัญที่ดีที่สุด
ของท่านพระอาจารย์แล้ว ..เมื่อโยมเข้าไปถวายของครบทุกคน
พระสงฆ์ก็ลดน้ำอวยพรท่านพระอาจารย์ตามด้วยโยมเช่นเดิม
เมื่อเสร็จพิธีสามีจิกรรม ท่านพระอาจารย์ก็ได้กล่าวอนุโมทนากับเหล่าศิษย์
ตอนหนึ่ง ใจความว่า"ความรู้สึกของคนเป็นครูบาอาจารย์
คืออยากเห็นลูกศิษย์ เจริญรุ่งเรื่อง จะให้ผมเป็นอะไรก็ได้เป็นเพื่อน
เป็นพี่ เป็นพ่อ แม้แต่ เป็นน้อง ขอให้มีส่วนในการ
ทำให้เกิดประโยชน์เกิดคุณค่ากับศาสนาเพือแทนคุณของพระบรมศาสดา "
"ผมเห็นพวกคุณแล้วผมมีความสุขนะ..ผมลองคิดเล่นๆดูถ้าอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้า
จากพวกคุณกลายเป็นหลวงพ่อนั้น หลวงปู่นี่ คิดแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว"

ในขณะฟังผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกเมตตา เอื่ออาทร และปราถนาดี
อย่างมากต่อลูกศิษย์ ผมพญยายามสะกดไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
แต่ภาพต่างๆก็เริ่มชัดขึ้นเรื้อยๆในความรู้สึกตั้งแต่เจอท่าน
คำพูดที่ท่านสอน สิ่งที่ท่านทำให้ดู ความทุกข์ความรำบากที่เคยต่อสู้มากับท่าน
อาจเป็นเวลาที่ไม่นานนัก แต่มันนานพอที่ จะทำให้ เรากราบเท้าท่าน
ได้อย่างสนิทใจ ของขวัญที่เราให้เทียบไม่ได้กับสิ่งที่ท่านให้เรามา
กับเวลาที่เหลือเราจะพยายามทำหน้าที่ของเรา
ให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดคุณค่าแก่ศาสนา
เหมื่อนที่ท่านสอนเสมอๆนั้นคือของขวัญที่คณะศิษย์(ทีมหลอน)
คิดว่าพระอาจารย์คงอยากได้มากที่สุดและเราจะทำให้ได้......
."ขอให้พระอาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป...สาธุ"

..........จากใจทีมงานหลอน.......(เส้นทางตะวัน)


   
                 
                   
                                

 









มโนน้อมรำลึกสำนึกคุณ
พระอาจารย์ผู้ค้ำจุนแก่เหล่าศิษย์
ช่วยแนะนำสรรค์สร้างทางชีวิต
ชี้ข้อผิดบอกทางถูกปลูกศรัทธา..

อุทยานธรรมดงยาง บ้านคลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐

ติดต่อสอบถาม : กองทุนกัลยาณธรรม [ ๐๘-๑๔๗๔-๑๑๕๒, ๐๘-๙๙๔๙-๑๘๘๓]

webmaster เส้นทางตะวัน ; E-mail ;mailto:Phradongyang@hotmail.com