ข่าวคราว..ครูบาอาจารย์..ความคืบหน้าอาการอาพาธ..ร่วมเป็นกำลังใจ..ให้ครูบาอาจารย์..
ข่าว..พระอาจารย์สมภพ โชติปญฺโญ.
หลังจากการตรากตรำแสดงธรรมอย่างหนัก
..มาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
...
พระอาจารย์ได้ล้มป่วยลงต้องเข้ารับการรักษา
ในช่วงก่อนเข้าพรรษาปี ๕๐ ด้วยอาการเส้น-
เลือดในสมองแตก.. คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า
พระอาจารย์สมภพ..ท่านอาพาธอยู่เป็นทุนเดิม
อยู่แล้ว..ท่านไม่สามารถเดินได้สะดวกหลัง
จากการอาพาธครั้งแรก..ท่านต้องรักษาตัวอยู่-
ตลอด..ทั้งยาหลวง..และยาราษฎร์ที่ญาติธรรม
ต่างนำมาถวาย..ในช่วงกลางปี ๕๐ อาการท่าน
เริ่มทรุดลง..หลังจากพบว่าเส้นเลือดในสมอง
แตกอีกข้าง..มีแต่คนคิดว่าท่านคงไม่รอด...
ในคราวนี้..แต่ด้วยเดชะบุญของท่านและพลัง
แห่งความห่วงใยจากสานุศิษย์..ท่านฟื้นขึ้น
แต่ก็ไม่สามารถ..แสดงธรรมได้เหมือนเดิม
จนงานต่างๆ..ที่เคยทำมาถูกยกเลิก..อย่างน่า
เสียดาย..งานวิสาขบูชา..งานนัดพบผู้ใฝ่ธรรม
ที่เคยคราครำไปด้วยสายศรัทธาจากทิศาภาค
กลับเงียบเหงา..เสียงพระอาจารย์ที่เคยแสดง
ธรรมอันเอนกปริยาย..ฟังไม่รู้จักอิ่มจักเบื่อ..
คงเหลือแต่..เสียงจากเครื่องขยายเสียง.....
ในปี ๕๑ งานได้มีผู้สานต่อ พระอาจารย์เตี้ย
และคณะศิษย์ได้ร่วมใจกันจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย
เช่นที่พระอาจารย์เคย..สรรค์สร้างไว้..ยังมี
พระอาจารย์สมภพ..ที่คอยเป็นกำลังใจแม้
พระอาจารย์จะพูดไม่ได้..แต่ท่านกำลังแสดง
สัจธรรมให้เรา..ทั้งหลายได้ประจักษ์..ว่า..
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้..ให้เรารีบทำความเพียร..
เสียงที่พระอาจารย์เคยย้ำเสมอ..เพื่อเอิ้นบอก
ให้เรารีบปฏิบัติ..เพื่อความพ้นทุกข์ ..
 
ข่าว..พระอาจารย์มหาสม สิริปญฺโญ...
ร่างกายเป็นรังแห่งโรค..คงจะเป็นจริงตามนั้น...หลังจากทราบข่าว
อาการอาพาธของพระอาจารย์มหาสม ก็ติดตามจนทราบข่าวคราว
พอสมควรจึงขอนำมาบอกข่าว..เล่าสิบต่อ..สหธรรมิก..ครูบาอาจารย์
รวมถึงญาติธรรม..ได้ทราบอาการของท่าน..
       เมื่อวันที่ 13 ก.ค.พระอาจารย์เริ่มมีความผิดปกติทางด้านร่างกาย
และวันที่ 14 ก.ค. ท่านได้ซื้อยาล้างไตมาฉันแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น วันที่ 21 ก.ค ท่านจึงได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลกาบเชิง
อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจรักษาโรค แพทย์ได้เจาะเลือด
และตรวจวินิจฉัยพบว่าท่าน มีภาวะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และได้รับยาบำรุงเลือดมาฉัน และนัดอีกวันที่ 28 ก.ค.
โดยในวันดังกล่าวท่านก็ได้ไปพบแพทย์ตามนัด โดยท่านได้มีอาการ
ตัวเหลือง ตาเหลือง และอ่อนเพลียมาก ในเย็นวันที่ 28 ก.ค.
ท่านได้นัดประชุมกับคณะลูกศิษย์ในวัดพูดถึงอาการป่วยของท่าน
9 ส.ค. 51 อาการของท่านก็ทรุดหนักลูกศิษย์จึงได้นำท่านส่ง



โรงพยาบาลและได้ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลในเมืองสุรินทร์
เป็นเวลา 3 วัน จากนั้นวันที่ 12 ส.ค. ท่านพระอาจารย์เดชา
ท่านพระอาจารย์ทองพันธ์ และโยมคุณพ่อสุขสวัสดิ์ ได้ประชุมกัน
และนำท่านไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์
กรุงเทพมหานครฯ แพทย์ได้ทำการวินิจฉัย พบว่าท่านมีเชื้อ
ไวรัสจำนวนมาก และทำให้เกิดอาการตับวายตามมา วันที่ 15 ส.ค.
อาการท่านได้ทรุดหนักเนื่องจากมีการติดเชื้อในกระแสเลือด
แพทย์จัดได้เพิ่มการรักษาจนอาการท่านดีขึ้น วันที่ 16 ก.ย. 51
หลังจากทำการรักษาจนอาการท่านดีขึ้นโดยลำดับ
ทางคณะครูบาอาจารย์และคณะญาติโยมที่ดูแลอุปถาก
ได้ประชุมปรึกษากันที่จะนำตัวท่านกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาล
ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นเนื่องจากการรักษาที่โรงพยาบาล
บำรุงราษฏร์มีค่าใช้จ่ายสูงและประกอบกับอาการอาพาธ
ของท่านก็เริ่มดีขึ้น ในตอนเ ย็นวันที่ 16 ก.ย.จึงได้ส่งตัว
ท่านพระอาจารย์มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์
ตามที่กล่าวมาแล้ว และได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เป็นต้นมาและมีพระสงฆ์คณะญาติธรรมที่ทราบข่าว
เดินทางไปเยี่ยมท่านเป็นจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านท่านพระอาจารย์จรัญ อนงฺคโณ พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมดูอาการท่าน
ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น โดยได้ร่วมกับคณะญาติธรรมนำปัจจัยส่วนหนึ่งร่วมสมทบ
ค่ารักษาพยาบาล

ในขณะนี้อาการของพระอาจารย์ก็ทรงตัว
โดยอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดจากศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์
หัวหน้าคณะแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น
พระสงฆ์ครูบาอาจารย์ คณะญาติธรรม ศิษยานุศิษย์ที่ต้องการไปเยี่ยมท่านพระอาจารย์ ก็สามารถไปได้ทุกวันที่โรงพยาบาลศรีนคริทร์ จ.ขอนแก่น ตึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ชั้น 10 ห้องพิเศษ 3

"..สองวันนี้ได้พิจารณาความจริงของชีวิต ความไม่เที่ยง
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับชีวิต วันนี้เห็นคนอื่นป่วย คนอื่นตาย
วันหน้าต้องมีวันของเรา ที่ต้องเป็นอย่างนั้น มองดู
ชีวิตก็น่าสงสาร แต่จะทำยังไงได้นอกจากจะทำใจ
ซึ่งก็ไม่ใช่จะทำได้ง่าย ทั้งที่เราก็รู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา
ของชีวิต แต่มันก็ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเรา.."

ชีวิตนี้..........เกิดมา........น่าสงสาร
เพราะสังขาร...มันไม่เที่ยง...เราก็เห็น
เกิดแล้วเจ็บ....ป่วยไข้ ........แสนลำเค็ญ
จะละเว้น........ได้อย่างไร....ใครช่วยที่
หากเลือกได้....ไม่ขอป่วย....ไม่อยากตาย
ไม่วุ่นวาย.........ทุกข์โศก.....โลภโกรธหลง
เกิดมาแล้ว.......ทำอย่างไร ...จะปลดปลง
ชีวิตคง............จะสงบ.........พบสุขจริง
อันที่จริง.......... ท่านบอกว่า...ธรรมดา
เพราะโรคา.......มันเกิดมา......กับสังขาร
ด้วยกรรมเวร......บาปบุญ.......ดลบันดาล
น่าสงสาร..........เมื่อเห็นแล้ว...ให้คิดดู

เมื่อเรายังสบายดีก็ขอให้ท่านทั้งหลายอย่าประมาทในชีวิต บางคนมัวแต่หลงโลกหลงกับคนอื่น เป็นทุกข์กับคนอื่นทั้งที่ไม่เกี่ยวกับเรา จนลืมตนเองก็มี ขอท่านทั้งหลายจงพิจารณาด้วยปัญญาเอาประโยชน์ในชีวิตให้ได้ ไม่ประมาท ก่อนที่เราจะป่วยจะไข้หรือก่อนที่เราจะตาย
เพราะทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามธรรมดา...

"...ความผูกพันเหมือนเป็นญาติกัน ด้วยความรู้สึก น้ำตาแห่งความผูกพันความประทับใจ ความตื้นตันใจ จนไม่สามารถที่กลั้นน้ำตาไว้ได้ ซึ่งน้ำตาของพระก็ไม่ใช่ไหลออกได้ง่ายๆ เพราะอะไร....ความดีเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ขอเราทั้งหลายจงเอาความดีเป็นเครื่องนำทาง ทลายกำแพงเครื่องขวางกั้นทุกอย่าง ถึงแม้เราจะไม่รู้จักกัน ก็ทำความดีรวมกันได้ ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่ดีเราก็ทำความดีกับเขาได้ นั้นคือคนดี .."

 

....ขออนุโมทนา..กับคณะสงฆ์พร้อมญาติธรรมที่ร่วมถวายปัจจัยค่ารักษาพยาบาล..โดยเฉพาะโยมพ่อสวัสดิ์ จากกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้เสียสละ
เห็นประโยชน์และคุณค่าที่ แห่งการรักษาพระสงฆ์ผู้เป็นแม่ทัพ แห่งกองทัพธรรม ... ตลอดจน ครูบาอาจารย์ที่คอยอู่อุปถากดูแล...หลวงพี่พองๆ
และคณะสงฆ์ที่ร่วมดูแล .. ทำไม..??.. คนดี..พระดี..มนุษย์ที่ดี...ต้องเจ็บป่วยหนักปานนี้...คงจะต้องเป็นเรื่องของกรรม..ที่จะตอบได้ว่าทำไม..??

 

สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐
www. Phradongyang.com      E:mail    Phradongyang@hotmail.com