ชีวิตสมณะ เป็นชีวิตที่เบาสบายไม่มีบ้านไม่มีเรือน
เราเป็นผู้ออกบวชจากเรือนไม่เกี่ยวข้องด้วยเรือนแล้ว มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น
อาศัยผู้อื่นเลี้ยงชีพ จึงต้องทำตนให้เป็นผู้เลี้ยงง่าย..ยินดีในอาหารบิณฑบาต

ชีวิตพระอิสระไม่มีคู่......การเป็นอยู่ก็ง่ายๆอย่างที่เห็น
แต่มากล้นด้วยคุณค่าถ้าอยู่เป็น ..... ไม่ลำเค็ญเป็นขี้ข้าหาเลี้ยงใคร
อย่าสึกไปให้เขาด่าหนาท่านเอย.... ถึงไม่เคยอดทนไว้รอชาติหน้า
ในชาตินี้ถวายให้พระสัมมา ....หวังไว้ว่าพบมรรคผลพ้นทุกข์เอย...

เราไม่ต้องรอให้เช้าเพื่อออกไปทำงานเพราะงานของเราทำได้ตลอดเวลา
งานของเราคือการดูตัวเองเราจึงต้องลุกตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อมานั่งดูตัวเอง
ตีสองตรงเสียงนาฬิกาปลุกจะดังแว่วมาจากกุฏีน้อยๆตามชายป่า
พระสงฆ์ต่างลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาทำธุระส่วนตัวแล้วรอสัญญาณระฆัง
เสียงระฆังแรกจะดังขึ้นตอนตีสองครึ่ง เป็นสัญญาณรวมกันปฏิบัติภาคเช้า
ที่ศาลาโรงธรรม ทุกรูปรู้ดีว่าถ้ามาไม่ทันก่อนตีสามตรงวันนั้นต้องฉันข้าวเปล่า
ทั้งนี้และทั้งนั้นเพื่อบังคับกิเลสพอกิเลสมันกลัวอดข้าวมันก็จะบอกให้กายลุกมานั่งสมาธิ


ตีสี่ครึ่งจะได้ยินเสียงฆ้องดังขึ้นพระสงฆ์ค่อยๆถอนออกจากสมาธิ
เพื่อเตรียมตัวทำวัตรสวดมนต์เช้าเป็นการระลึกถึงพระรัตนตรัย
ที่นี่เราสวดมนต์แปลเพราะจิตจะได้โน้มตามคำที่สวดเริ่มตั้งแต่
อะระหังสัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์
ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง

สวดไปจนจบ และสวดบทพิเศษบางบทเช่น โอวาทปฏิโมก
ถ้ารูปใดมาไม่ทันทำวัตรเช้าก็จะทำโทษกิเลสโดยอดอาหารหนึ่งวัน

 

ทุกวันพอได้เวลารุ่งอรุณเมื่อแสงสว่างเข้ามาทำลายความมืด
นั้นหมายความว่าทุกชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสวงหาสิ่งที่ตนปราถนา
เสียงแม่ร้องเรียกลูกให้ลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน
พ่อค้าวุ่นวายกับการเตรียมของสำหรับขาย
พุทธบริษัทกำลังสาละวนกับการเตรียมอาหารเพื่อใส่บาตร
พระนวกะถือบาตรของพระเถระและของตนมุ่งหน้าสู่หมู่บ้าน
เมื่อเข้าเขตหมู่บ้านพระนวกะจะนั่งคุกเข่าลงแล้วน้อมบาตรส่งให้พระเถระ
และเมื่อรับบาตรจากบ้านสุดท้ายแล้วพระนวกะจะรีบมารับบาตรของพระเถระ
นำมาถือแล้วมุ่งหน้ากลับสู่อุทยานธรรมดงยาง ระยะทางประมาณสี่กิโล ไป-กลับ


ที่นี่มีแค่อาหารหนึ่งมื้อในหนึ่งวันที่ได้จากการบิณฑบาต
เวลาแปดโมงตรงของทุกวันจะได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น
พระสงฆ์ทุกรูปจะพร้อมกันที่ศาลาเตรียมพิจจารนาอาหาร
โดยอาหารทุกอย่างที่ได้มาจะนำมารวมกันที่โต๊ะส่วนกลาง
เพื่อให้พระเถระได้พิจจารนาก่อนตามลำดับพรรษา
เมื่อฉันเสร็จพระลูกศิษย์จะเข้าไปดูแลอุปถากครูบาอาจารย์
โดยการล้างมือ เช็ดมือ ให้ครูบาอาจารย์ และนำบาตรของท่านไปล้าง
(ยกเว้นวันพระเพราะบางรูปงดอาหารบางรูปก็งดนอน)

 

หลังจากล้างและเช็ดบาตรเรียบร้อยแล้วประมาณสิบโมงเช้า
ก็จะมีงานส่วนรวมคืองานก่อสร้างถาวรวัตถุให้กับพระศาสนา
พรรษานี้มีเจ้าภาพสร้างกุฏีสามหลังพร้อมทั้งศาลาอีกหนึ่งหลัง
เนื่องด้วยท่านพระอาจารย์ไม่อยากรบกวนเจ้าภาพมากเกินไป
ในส่วนของค่าแรงเราจึงไม่ต้องจ้างใครแต่ก็มีชาวบ้านมาช่วยกันทุกวัน
และก็ได้แรงจากพระสงฆ์ที่พอจะมีกำลังไปร่วมกันสร้างบารมี
ไม่มีใครบังคับว่าต้องทำงานแต่ทุกองค์ก็ทำกันอย่างเต็มที่และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ
เพราะงานก็คือการปฏิบัติธรรมเหมือนกัน..





ยกเว้นวันโกน (วัน ๗ ค่ำ และ ๑๔ ค่ำ) เพราะในวันโกนพระสงฆ์
ต่างก็จะทำกิจส่วนตัว คือ บางรูปก็เผาบาตร บ้างก็ย้อมจีวรบ้างก็ซัก
การซักจีวรเราต้องซักด้วยแก่นขนุนเพราะผ้าที่ใช้เป็นผ้าย้อมแก่นขนุน
วิธีซักก็คือ ต้องต้มน้ำแล้วนำแก่นไม้ขนุนลงไปต้มเขี้ยวจนได้น้ำแก่นขนุน
นำมากลองเพื่อเอาเศษไม้ออกแล้วจึงนำมาซักจีวร โดยจีวรต้องซักด้วยน้ำเปล่า
ก่อนหนึ่งครั้งจึงจะซักด้วยแก่นขนุน (ต้องซักขณะที่น้ำยังร้อนอยู่ไม่งั้นสีผ้าอาจจะด่างได้)
บางรูปก็ทำบริขาร เช่น ขาบาตร กลด (ถ้าเป็นวัน ๑๔ ค่ำ ก็ปลงผมด้วย)

 

เราอยู่กับป่ากับต้นไม้..เราได้อะไรมากมายจากต้นไม้
ก็ในเมื่อต้นไม้ให้อะไรเราอย่างมากมายขนาดนี้
เราจึงต้องตอบแทนต้นไม้บ้างโดยการเก็บกวาดใบที่ต้นไม้บ่อยทิ้งแล้ว
เพื่อให้ต้นไม้เป็นที่สวยงามเป็นที่ผักผ่อนย่อนใจและเป็นที่ร่มรื่นแก่ผู้ผ่านไปมา
ในทุกยามบ่าย(บ่ายสองโมง)เราจะได้เห็นพระคุณเจ้าต่างถือไม้กวาด
ในมือเที่ยวกวาดใบไม้ในราวป่า
บางรูปก็เก็บปัดกวาดเสนาสนะเช็ดถูศาลาโรงธรรมปูลาดอาสนะเตรียมน้ำดืม
น้ำใช้สำหรับครูบาอาจารย์ในการมารวมกันปฏิบัติธรรมช่วงเย็น


หลังจากพิจจารนาน้ำปานะแล้วสี่โมงเย็นของทุกวันเสียงระฆังจะดังขึ้น
เป็นสัญญาณปฏิบัติภาคเย็น ได้เวลาดูจิตของตัวเองอีกวาระหนึ่ง เพราะนี่คืองานของเราโดยตรง
โดยไปร่วมกันปฏิบัติที่ศาลา บ้างก็นั่งสมาธิ บ้างก็เดินจงกลม พิจจารนาหัวข้อธรรม
จนได้เวลาหกโมงเย็นจะได้ยินเสียงฆ้อง เพื่อทำวัตรสวดมนต์เย็น หลังทำวัตรแล้ว
พระอาจารย์ก็จะพูดคุยให้กำลังใจลูกศิษย์ หรือใครมีอะไรก็จะพูดคุยกันในที่ประชุม
ประมาณสองทุ่ม(ไม่เกินนี้ )ก็แยกย้ายกันกลับ กุฏี ปฏิบัติส่วนตัว และพักผ่อนในเวลา สี่ทุ่ม

ทั้งหมดนี้ คือ ทุกวันของที่นี่ ...อุทยานธรรมดงยาง...ถ้าใครจะมาอยู่ที่นี่ต้อง "อยู่อย่างพระป่า"

....เส้นทางตะวัน..


กิจวัตรประจำวันอุทยานธรรมดงยาง
๐๒.๓๐ สัญญาณระฆัง ปฏิบัติภาคเช้า
๐๔.๓๐ ทำวัตรสวดมนต์เช้า
๐๖.๐๐ ออกรับบิณฑบาตร
๐๘.๐๐ ฉันภัตตราหารเช้า
๑๐.๐๐ ร่วมกันสร้างบารมี(เช่นสร้างกุฏิเป็นต้น)
๑๔.๐๐ ทำความสะอาดปัดกวาดเสนาสนะ
๑๕.๐๐ น้ำปานะ
๑๖.๐๐ ปฏิบัติภาคบ่าย
๑๘.๐๐ ทำวัตรสวดมนต์เย็น
๑๙.๐๐ ฟังโอวาท
๒๐.๐๐ แยกย้ายกลับที่พัก
๒๒.๐๐ ผักผ่อน


กิจวัตรประจำวันเวอร์ชั้นกลอน

การเป็นอยู่อย่างพระป่ากินง่ายอยู่ง่าย..ถ้าจะหาความสบายแบบชาวโลก
ที่นี่ไม่มีให้เพราะเราไม่มีอาหารดีๆให้ท่าน..เราไม่มีที่นอนอันอ่อนนุ่ม
ที่นี่เราไม่มีทีวีให้ดู..ไม่มีห้องที่ติดแอร์ไว้ต้อนรับท่าน (มีพัดลมก็บุญแล้ว)

อุทยานธรรมดงยาง บ้านคลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐

ติดต่อสอบถาม : กองทุนกัลยาณธรรม [ ๐๘-๑๔๗๔-๑๑๕๒, ๐๘-๙๙๔๙-๑๘๘๓]

webmaster; E-mail ;mailto:Phradongyang@hotmail.com