คิดเล่นๆไม่เห็นเป็นไร

อยู่วัดป่าก็ดีไม่มีทุกข์
มีแต่สุขอยู่ที่ใจใครจะเห็น
ถึงฉันข้าวมื้อเดียวไม่ลำเค็ญ
ถ้าอยู่เป็นเราก็สุขไม่ทุกข์เอยฯ

....................................

จงอย่ากลัวที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอๆ
ถ้าตะวันไม้ตกเราจะเห็น....
เช้าที่สดใสได้อย่างไร..?

..........................................

ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยผิด
แม้บัณฑิตที่ฉลาดยังขลาดเขลา
ให้โอกาสผู้รู้ผิดจิตจะเบา
แล้วจงเอาความผิดคิดเป็นครู

.................................

สี่เท้ายังรู้พลาด
นักปราชญ์..ยังถูกเตือน
ไส้เดือนยังตกบ่อ
คนรูปหล่อก็เลยมาบวช..

....................................

สี่เท้ายังรู้พลาด
นักปราชญ์..ยังรู้ผิด
บัณฑิตยังถูกทัก
คนน่ารักก็เลยมาบวช..

ปญฺญาพโลภิกขุ

เฮ้อ...ชีวิต

คิดทุกครั้งก่อนพูด
แต่อย่าพูดทุกคำที่คิด
ถ้าพูดทุกคำที่คิด
จะติดคุกทุกครั้งที่พูด


 

แล้วเราก็ก้าวมาไกลกว่าที่เคยคิดหวังไว้..
เราเริ่มต้นจากความไม่รู้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องบวช
จนกลายมาเป็นพระนวกะ มัชฌิมะ เถระ
วิทยากรสอนเด็ก และเส้นทางตะวัน.
เป็นการทำงานแข่งกับเวลาที่ไม่เคยเหนื่อย
เวลาที่ไม่เคยรอคอย ชีวิต เหมือนกับเวลาอยู่อย่างหนึ่ง คือ
ไม่มีวันหยุด ยิ่งทุ่มเทเท่าไรความท้อแท้ก็วิ่งตามมาติดๆ
จะมีสิ่งใดเล่าปลอบประโลมในยามเหนื่อยล้าได้ดีไปกว่าธรรมะ
และธรรมชาติที่เหลืออยู่ ขุนเขาจึงให้ความคิดโดยมีนิมิตมาจากสายน้ำ
กลั่นกลองออกมาเป็นตัวหนังสือและคำพูด
เพื่อปลอบโยนคนดีๆ...ของสังคม
เพื่อปลดเปลื้องความเห็นแก่ตัวออกจากจิตวิญญาณ
และปลงความไม่เที่ยงของสังขาร...เวลาพูดหรือเขียนธรรมะ
เราจะใช้คำว่า"ชีวิต"บ่อยมากเพราะชีวิตเหลือไม่มาก
เราจึงต้องทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
คงจะหาความรื่นรมย์จากการอ่านได้ยากซักหน่อย
เพราะเราไม่ใช่นักเขียนมืออาชีพ
และที่สำคัญที่ทำอยู่ไม่ใช่เหตุผลทางธุรกิจหรืออะไรทั้งนั้น
แต่อยากทำสิ่งดีๆเพื่อให้จิตคิดแต่เรื่องดีๆทุกวัน
เพื่อตอบแทนคุณพ่อ คุณแม่ที่ท่านให้เลือดเนื้อ
ชีวิต และวิญญาณ ครูบาอาจารย์ที่ท่านสั่งสอน
และให้กำลังใจเสมอมา
ขอทุกคนจงก้าวไปในทางที่มุ่งหวัง
ถ้าทางนั้นเป็นไปเพื่อสันติสุขของสังคมและสันติภาพของโลก...
.. หาก"เส้นทางตะวัน".เป็นเส้นทางเดียวกับคุณเราคงได้พบกัน..

..เส้นทางตะวัน ..

 

ใครที่มาดงยางต่างผาสุข
ไม่ต้องทุกข์เศร้าใจกับปัญาหา
เราอาจเคยปวดร้าวในอุรา
อย่านำมาคิดมันแค่นั้นเอง

เมื่อเป็นทุกข์หาหลักธรรมนำมาใช้
คิดดีได้..ลองทำดูครูท่านสอน
สมาธิช่วยอบรมข่มนิวรณ์
หรือเขียนกลอนดีๆแค่นี้เอง..
มีหลายคนเคยถามความสงสัย
มีอะไรที่ดงยางต่างอยากรู้
วันนี้เลยหยิบมาเล่าให้เจ้าดู
เพื่อเป็นครูสอนใจ...ผู้ใฝ่ธรรม

ณ ดงนี้...มีต้นไม้หลากหลายต้น
เราทุกคนช่วยกันปลูกผูกพันแสน
มีน้ำใจไมตรีที่ตอบแทน
เป็นเหมือนแม้นญาติมิตรสนิทกัน
มีอาจารย์ที่ท่านเป็นแบบอย่าง
เพียรสรรสร้าง.. ทำให้ดูอยู่ให้เห็น
หวังเพียงนิด...ลูกศิษย์จะคิดเป็น

ดับทุกข์เข็ญ..เติมทางสุข..สู่สังคม




 

 


สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง

ติดต่อสอบถาม : กองทุนกัลยาณธรรม [ ๐๘-๑๔๗๔-๑๑๕๒, ๐๘-๙๙๔๙-๑๘๘๓]

webmaster: เส้นทางตะเวน E-mail ; Phradongyang@hotmail.com