คณะญาติธรรมส้มตำครกแตก..ถือกำเนิดเพื่อจ่ายแจกซึ่งความดี..

" ยินดี..ต้อนรับคณะพระอาจารย์ครับ "

 

...หลายท่านคงเคยได้ยินคำนี้มาบ้าง"คณะส้มตำครกแตก
"..แต่จะมีซักกี่คนเข้าใจความหมายของคำๆนี้
คำบางคำอาจไม่มีความหมายเลยกับคนบางคนแต่สำหรับบางคนนั้น
มันมีอะไรมากกว่าแค่คำพูดมากมายนัก
เพราะมันหมายถึงหลายสิ่งที่ตามมา..ความพูกพัน..ความห่วงใย..
ความศรัทธา..จะมีใครเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้ดีไปกว่า
ผู้ที่สัมผัสเอง..คำๆนี้ได้ยินครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว
ในช่วงที่ท่านพระอาจารย์จรัญได้นำพาคณะพระธุดงค์
จาริกมาจากจังหวัดตราดเพื่อมุ่งหน้าสู่พระธาตุนาดูนจังหวัดมหาสารคาม
มีอยู่วันหนึ่งมีคณะญาติธรรมเดินทาง
มาจาก กรุงเทพฯเพื่อมาถวายภัตตราหารกับพระธุดงค์

................................................


นำโดยคุณโยมตู่ ซึ่งก็มาดูแลพระคุณเจ้าอยู่บ่อยๆ
ทราบจากท่านพระอาจารย์ว่าคุณโยมตู่นี้ ได้ดูแลอุปฐากพระอาจารย์มาตั้งแต่สมัยที่ท่านยังอยู่กับ
พระอาจารย์สมภพที่สกลนคร และก็ดูแลเรื้อยมา วันนั้นโยมตู่ก็นำพาคณะมาทำส้มตำเพื่อเลี้ยงพระ
ส้มตำถือว่าเป็นอาหารโปรดของพระเพราะว่า
พระส่วนมากจะเป็นพระอีสาน วันไหนมีส้มตำ
เราถือว่าใกล้ถึงบ้านแล้ว

เปิดบ้าน "ญาติธรรม" ปี ๒๕๕๑ ..
คงจะด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ ตำไปตำมาครกก็เกิดแตกขึ้นมา เช้าวันนั้นในช่วงที่
ท่านพระอาจารย์ แสดงธรรมกล่าวสัมโมทนียกถา ท่านก็ได้ปรารกถึงเรื่องนี้เลยท่านเรียกว่าคณะส้มตำครกแตก จากนั้นมาคณะพระธุดงค์
ก็พูดกันจนติดปากว่า "คณะส้มตำครกแตก"

แต่โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเอง
ก็ไม่เคยคุยหรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับคณะนี้เลย
จนเมื่อวันที่กลับมาจาก อินเดีย ได้เห็นความศรัทธาของคนกลุ่มหนึ่งที่มีต่อพระพุทธศาสนา ท้ามกลางความร้อน
ของเดือนเมษายน โยมตู่และคณะขับรถไปรับพระคุณเจ้ามาจาก "ชมรมคนรักดี" อยู่ที่บางพลี มายังเพชรเกษม 95

 

ซึ่งก็ไกลพอสมควร ทันทีที่รถจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งมองเข้าไปเห็นหลายคน
ใส่เสื้อขาวด้านหลังมีโลโก้เขียนว่า "คณะส้มตำครกแตก" ตั้งแถวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว โดยมีผ้าขาวปูเป็นทางยาวตั้งแต่หน้าบ้านเข้าไปจนถึงประตูบ้าน
ด้านในเมื่อท่านพระอาจารย์ก้าวเท้าเข้าไปผู้ชายก็ช่วยกัน
ล้างเท้า เช็ดเท้า และไม่ได้ทำเฉพาะพระอาจารย์ แต่ทำเช่นนี้กับพระสงฆ์
ทุกรูปส่วนสตรีก็นั่งพนมมืออยู่ไม่ห่างนักเมื่อพระสงฆ์เดินผ่าน
ก็ก้มลงกราบแสดงถึงความเคารพอย่างยิ่ง เมื่อเงยหน้าชึ้นมาหลายคนในแววตามีน้ำตา
เอ่ออยู่ด้วยความปีติยินดี ..นี่เป็นอีกครั้งที่รู้สึกได้ถึงความสรัทธาของคนอีสานที่มีต่อพระสงฆ์
วันนี้ได้คุยกับพระรูปหนึ่งท่านบอกคนอีสานเห็นแก่ตัว ผู้เขียนก็เลยเถียงว่าไม่จริงหรอกเท่าที่ผมเจอมาผมว่าคนอีสานนี่

     

จริงใจที่สุดแล้ว ท่านบอกอาจจะใช่แต่ท่านยังไม่เจอแล้วท่านก็เล่าเรื่อง
ลูกศิษย์ของท่านสี่ห้าคนให้ฟังถึงวีรกรรมของคนเหล่านั้น..
ผู้เขียนก็เลยเล่าเรื่องคณะส้มตำครกแตกและอีกหลายอย่างของคนอีสานให้ท่านฟัง เป็นการแลกเปลี่ยนที่จริงแล้วไม่สำคัญว่าเป็นคน
ที่ไหนแต่สำคัญว่าเป็นคนแบบไหนมากกว่าอาจจะเป็นความโชคดี
ของผู้เขียนเองก็เป็นได้เพราะส่วนมากที่เจอมักจะเป็นคนดี เริ่มจากมีเพื่อนดีชักนำไปหาครูบาอาจารย์ที่ดี
ได้พบคนดีมากมาย เหมือนที่พระอาจารย์พูดบ่อยๆว่าไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาต ิ
ไม่ใช่พี่ก็เหมือนพี่ไม่ใช่น้องก็เหมือนน้อง เพราะเราเป็นญาติกันโดยธรรม
เหมือนที่พระพุทธเจ้าเคยตรัสกับพระอานนท์ว่า สหธรรมมิก กลัยานมิตร เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ถ้าเธอหวังความเจริญในพรหมจรรย์นี้พึงคบกับปัญฑิต ....ทุกคณะ ทุกชมรม ที่เจอเราถึอว่านี่แหละ กัลยานมิตร....

 



สาธุ..อนุโมทนากับคณะส้มตำครกแตกทุกท่าน
สาธุ..กับคุณบรรจงที่อุตสาห์พาเส้นทางตะวันไปทำธุระ...
หากเส้นทางตะวันเป็นเส้นทางเดียวกับคุณเราคงได้พบกัน..


 
สำนักปฏิบัติธรรมอุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ๓๓๑๖๐
www. Phradongyang.com      E:mail    Phradongyang@hotmail.com
กลับหน้าหลัก